» เที่ยวท่องธรรมชาติและการเรียนรู้ ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดของภาคกลางตอนบน

เที่ยวท่องธรรมชาติและการเรียนรู้ ผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดของภาคกลางตอนบน

          บนดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ในอดีตคือผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและพืชพรรณพงไพรเขียวขจี แม้ปัจจุบันพื้นที่หลายส่วนจะได้รับการแผ้วถางแปรสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งอาหารสำคัญของประเทศไทย ทว่ายังมีพื้นที่อีกจำนวนไม่น้อยได้รับการดูแลจัดตั้งให้เป็นป่าสงวน รวมถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้ และแน่นอนว่าป่าผืนดังกล่าวย่อมเปรียบเสมือนสวรรค์สำหรับคนรักธรรมชาติ เป็นห้องเรียนกลางแจ้งซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

          การท่องเที่ยวป่าธรรมชาติที่ลพบุรีบอกเลยว่าทำได้ไม่ยาก เพราะทุกแห่งมีถนนหนทางเข้าถึงอย่างดี ไฮไลท์เด็ดที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อำเภอลำสนธิ ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์ฯ แห่งเดียวของภาคกลาง เป็นพรมแดนติดต่อกับป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดชัยภูมิคือเทือกเขาพังเหย

          แล้วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ เราจะเที่ยวได้หรือ? คำตอบคือได้สิ โดยเฉพาะที่ซับลังกา เล่าสักนิดก่อนว่าปัจจุบันในประเทศไทยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าราว 60 แห่ง และมีประมาณ 10 แห่ง ซึ่งทำการทดลองผ่อนปรนพื้นที่บางส่วนให้นักท่องเที่ยวประชาชนเข้าไปพักผ่อนศึกษาธรรมชาติ รวมทั้งมีการจัดสร้างบ้านพัก ลานกางเต็นท์ อาคารกิจกรรม หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตามสมควร โดยซับลังกาเป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตามการเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่เหมือนกับอุทยานแห่งชาติเสียทีเดียว มีกฎระเบียบเข้มงวดมากกว่า และห้ามเที่ยวเองตามใจตนโดยไม่มีเจ้าหน้าที่นำทางอย่างเด็ดขาด

ปัจจุบันเขตรักษาพันธุ์ฯ ซับลังกา จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทั้งหมด 4 เส้นทาง คือเส้นทางห้วยพริก ไป-กลับ 3.2 กิโลเมตร ห้วยประดู่ ไป-กลับ 4 กิโลเมตร สระสอง ไป-กลับ 2.9 กิโลเมตร และซับหวาย ไป-กลับ 10 กิโลเมตร ทุกเส้นทางมีความน่าสนใจทั้งน้ำตก โถงถ้ำ หน้าผา พรรณไม้ โดยเฉพาะเส้นทางสุดท้ายเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อันมีชื่อเสียงเรื่องทุ่งดอกกระเจียวของจังหวัดชัยภูมิ และในป่าซับลังกามีจุดชมดอกกระเจียวป่าอยู่ด้วยเช่นกัน แต่เจ้าดอกไม้นี้งอกงามในฤดูฝนซึ่งอาจเที่ยวลำบากสักหน่อย

          ทางเขตฯ ยังมีนโนบายใช้ผืนป่าให้เป็นประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่น ใช้ป่าสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว อันเป็นการปลูกฝังสนับสนุนให้คนพื้นที่ร่วมกันรักษาป่าที่เป็นประโยชน์แก่พวกเขา วิธีการเที่ยวสนุกสนานเก๋ไก๋คือการนั่งรถอีแต๊กอีแต๋นของชาวบ้านเข้าไปเที่ยวชมป่าในจุดที่ได้รับการผ่อนปรน เป็นกิจกรรมไม่ควรพลาดเชียวล่ะ

          นอกจากนี้เขตรักษาพันธุ์ฯ ซับลังกา ยังมีโครงการคืนช้างสู่ป่า เป็นการนำช้างบ้านซึ่งปลดระวางแล้วหรือช้าที่ต้องเร่ร่อนตามเมืองกลับคืนผืนป่า เป็นโครงการดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี เห็นผลความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีลูกช้างซึ่งเกิดจากช้างบ้านที่ส่งกลับคืนป่าแล้วกว่า 7 เชือก พร้อมแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกในอนาคต

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องย้ำอีกครั้งว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายังมีความแตกต่างกับอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นหากอยากเที่ยวให้สนุกสนานควรติดต่อกับทางเขตฯ ล่วงหน้า เจ้าหน้าที่จะได้ตระเตรียมรองรับการมาเที่ยวของเรา อาทิ ประสานงานรถของชาวบ้าน เตรียมเจ้าหน้าที่นำทาง หรือแจ้งเป็นข้อมูลว่าในช่วงเวลานั้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติแต่ละทางมีที่ไหนน่าเที่ยว ที่ไหนควรหลีกเลี่ยง เป็นต้น

          นอกจากเขตรักษาพันธุ์ฯ ซับลังกา ที่อำเภอชัยบาดาล ติดกับอำเภอลำสนธิ ยังเป็นที่ตั้งของเขตห้ามล่าสัตวป่าเขาสมโภชน์ กับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อันเปรียบเสมือนห้องเรียนทางธรรมชาติให้เราเข้าไปเที่ยวชมเช่นกัน แม้ว่าความน่าสนใจอาจน้อยกว่าด้วยสภาพของพื้นที่ที่จำกัด

          เขตห้ามล่าฯ เขาสมโภชน์อยู่บริเวณเขาสมโภชน์ (แน่ล่ะสิ) ปัจจุบันเป็นถิ่นที่อยู่ทางธรรมชาติของเลียงผาฝูงสุดท้ายในประเทศไทย ภายในที่ทำการเขตฯ มีลานกางเต็นท์ อาคารกิจกรรม มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้เดินชมโดยเฉพาะการเที่ยวโถงถ้ำและดูพรรณไม้ต่างๆ แต่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าด้วยล่ะ

          ไม่ไกลจากที่ทำการฯ มีวัดถ้ำพรหมโลก เป็นวัดซึ่งชาวอำเภอชัยบาดาลให้ความเคารพศรัทธามาก ภายในถ้ำพรหมโลกเป็นถ้ำเล็กๆ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมาย แวะไปเยี่ยมชมกันตามสบาย

          ปิดท้ายกันที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอำเภอชัยบาดาล บริเวณตอนบนของเขื่อนป่าสักฯ ไม่ไกลจากสวนรุกขชาติวังก้าวเหลือง แน่นอนว่าการอยู่ริมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทำให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งทำรังวางไข่ของเหล่านกน้ำนับพันนับหมื่น นั่นคือสาเหตุหลักในการจัดตั้งเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าขึ้นมา

          ในการชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตอนล่างอาจเป็นการท่องเที่ยวแบบชิคๆ ชิลๆ ผ่อนคลายสบายอารมณ์ ทว่าการเที่ยวเขื่อนตอนบนในพื้นที่เขตห้ามล่าฯ คือการศึกษาธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางเขตฯ จัดสร้างเส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่างดีสองเส้นทาง คือสะพานปูน Board Walk และเส้นทางรอบพื้นที่ชุ่มน้ำ ความน่าสนใจที่สุดคือเหล่านกน้ำมากมายนั่นเอง นักดูนกและถ่ายภาพนกจะแวะเวียนกันมาเยือนแทบไม่ขาด

          และเผื่อใครยังไม่รู้ ปกติการดูนกสามารถทำได้ทั้งปีเนื่องจากบ้านเรามีนกเฉพาะถิ่นมากมาย แต่ในฤดูหนาวตั้งแต่ราวเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ จะพิเศษยิ่งขึ้นเพราะมีนกอพยพจากทางเหนือลงมาทำรังวางไข่ในแหล่งน้ำสำคัญๆ ของประเทศไทยเรา ซึ่งเขื่อนป่าสักฯ คือหนึ่งในแหล่งน้ำที่ว่าด้วย

          ที่ว่ามานี้คือหนึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กับสองเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในจังหวัดลพบุรี พื้นที่ซึ่งผืนป่ายังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นบ้านของสัตว์ทั้งหลาย และเป็นห้องเรียนธรรมชาติแสนสำคัญของพวกเรา...

         เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อยู่ในอำเภอลำสนธิ การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 205 ถึงอำเภอลำสนธิ จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2260 (ตามป้ายไปบ้านวังเชื่อมและบ้านกุดตาเพชร) ไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการฯ สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-3641-5936

         เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อยู่ในอำเภอชัยบาดาล การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 205 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงชนบท ลบ.3005 ไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการฯ สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-3645-1725

         เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อยู่ในอำเภอชัยบาดาล การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2089 (ใกล้กับน้ำตกวังก้านเหลือง) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 4028 ไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการฯ สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-3645-1704

 







อา พฤ
1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30








วันนี้ 717 คน
เมื่อวานนี้ 1,174 คน
เดือนนี้ 17,949 คน
ปีนี้ 221,597 คน
ทั้งหมด 354,137 คน