» สรวงสวรรค์บนผืนดิน ทุ่งถิ่นทานตะวัน

ทุ่งทานตะวันเขาจีนแล

สรวงสวรรค์บนผืนดิน  ทุ่งถิ่นทานตะวัน

          ทุ่งดอกไม้หน้าบานสีเหลืองอร่ามทอดตัวยาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา นั่นคือหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดลพบุรีซึ่งได้รับการพูดถึงปากต่อปากจนมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศ และดึงดูดให้ผู้คนมาเยือนเมืองลิงแห่งนี้อย่างเนืองแน่นทุกช่วงปลายปีระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม

          ก่อนจะเที่ยวทุ่งทานตะวันต้องมาทำความรู้จักกับดอกไม้แสนโรแมนติกนี้ก่อน นิทานเรื่องเล่าคือดอกไม้นี้หลงรักดวงอาทิตย์เหลือล้น ไม่ว่าดวงอาทิตย์อยู่ที่ไหนมันจะหันหน้าเข้ารับแสงแดดแจดจ้าเสมอจนกระทั่งได้ชื่อว่าดอกทานตะวัน พวกมันจะหันดอกเข้าหาดวงอาทิตย์แบบนั้นจริงๆ หลังการผลิบาน อย่างไรก็ตามมันจะเริ่มหันดอกเข้าหาที่มาของแสงน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากผสมเกสร พอดอกแก่ก็จะหันไปทางทิศตะวันออกเท่านั้นจนกระทั่งเหี่ยวเฉาลง

          ทานตะวันเป็นพืชล้มลุกที่นิยมปลูกกันในเขตอบอุ่น ต้นกำเนิดอยู่แถบทวีปอเมริกากลาง มีหลักฐานชี้ว่าชาวเม็กซิโกปลูกต้นทานตะวันกันมานานมากกว่า 2,500 ปีแล้ว สำหรับประเทศไทยทานตะวันเข้ามาโดยชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

          โดยทั่วไปทานตะวันที่ปลูกกันในบ้านเรามีหลายสายพันธุ์ ปลูกในลักษณะของพืชการเกษตรเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเหมือนเช่นไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด ทานตะวันมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งนำเมล็ดมารับประทาน หรือสกัดเป็นน้ำมันซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว นอกจากนี้ต้นทานตะวันยังมีบทบาทในการฟื้นฟูคุณภาพดินอย่างมาก ชาวไร่นิยมปลูกทานตะวันหลังจากการทำไร่ข้าวโพด เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตจากทานตะวันแล้วจะไถกลบเป็นปุ๋ยเพื่อเตรียมพื้นดินไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป อันที่จริงทานตะวันนั้นเติบโตได้ทุกฤดูกาล ใช้เวลาโตประมาณสองเดือนจึงออกดอกบานสะพรั่ง ดอกสวยสดอยู่ราวสองสัปดาห์ก็เริ่มเหี่ยวเฉาลง พอดอกเฉาเมล็ดแก่ได้ที่ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยว แต่ชาวไร่บ้านเรามักเริ่มลงเมล็ดกันราวเดือนกันยายนหรือตุลาคม ดังนั้นจึงออกดอกบานในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม อาจเลยถึงเดือนมกราคมในบางแห่ง

          จังหวัดลพบุรีเป็นพื้นที่ซึ่งมีการปลูกดอกทานตะวันมากที่สุดของบ้านเรา มีทั้งไร่ซึ่งปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตพร้อมฟื้นฟูคุณภาพของดินสำหรับการทำไร่พืชชนิดอื่นตามวิถี และที่ทั้งปลูกเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว การชมดอกทานตะวันเราจะต้องรู้จักวัตถุประสงค์หลักของไร่นั้นด้วย เพื่อจะเที่ยวชมได้ถูกเวลา เพราะไร่ซึ่งชาวไร่ปลูกกันเองเวลาเหี่ยวจะเฉาแทบพร้อมกันทั้งหมด ขณะที่ไร่เพื่อการท่องเที่ยวจะทยอยลงเมล็ดทานตะวันทีละแปลง จึงมีดอกทานตะวันบานให้ชมอย่างต่อเนื่อง

          ปลายปี พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา ทุ่งดอกทานตะวันซึ่งได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือบ้านหัวดง อำเภอโคกสำโรง ที่นี่ชาวไร่ปลูกทานตะวันมาช้านานแต่เพิ่งมาร่วมมือกับทางอบต. และหน่วยงานท้องถิ่นจัดเป็นเทศกาลท่องเที่ยวขึ้นปีแรก จุดเด่นคือเป็นทุ่งทานตะวันบานกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเพราะพื้นที่บริเวณนี้ปลูกทานตะวันรวมแล้วกว่าหมื่นไร่ อีกทั้งเป็นไร่เก็บเกี่ยวเพื่อผลผลิต ดอกทานตะวันจึงเรียงตัวแน่นขนัด นอกจากนี้ในการเที่ยวเรายังจะต้องนั่งรถอีแต๊กของชาวไร่เข้าไปในท้องทุ่งให้บรรยากาศหนุ่มสาวชาวไร่สุดกิ๊บเก๋ ข้อเสียคือทุ่งสีเหลืองอันแสนกว้างใหญ่พอเหี่ยวแล้วก็จะเฉาพร้อมกันคราวเดียว มีเพียงไม่กี่ไร่ที่อาจลงเมล็ดทีหลงเหลืออยู่ ดังนั้นระยะเวลาการเที่ยวจึงมีค่อนข้างน้อย ปีที่ผ่านมามีการเปิดกิจกรรมเที่ยวทุ่งทานตะวันบ้านหัวดงวันที่ 15 พ.ย. และปิดกิจกรรมในวันที่ 10 ธ.ค. เรียกว่ามาเร็วก่อนใครและไปเร็วก่อนใคร ปีหน้าใครสนใจที่นี่ติดตามข่าวให้ดี เปิดแล้วมาเลยรับประกันจะพบความอลังการตื่นตาตื่นใจ

          ไม่ไกลจากบ้านหัวดง ที่ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง เป็นแหล่งปลูกทานตะวันพื้นที่กว้างขวางอีกแห่ง (แต่ไม่มากเท่าบ้านหัวดง) ระยะเวลาการบานใกล้เคียงกัน เข้าถึงง่ายกว่าเพราะทุ่งส่วนใหญ่อยู่ริมทางหลวงชนบทซึ่งลาดยางอย่างดี

          ใกล้กับตัวเมืองลพบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 3017 ทางไปอำเภอพัฒนานิคม ที่นั่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันซึ่งมีชื่อเสียงมานานมาก ทุ่งใหญ่ที่สุดและโด่งดังที่สุดคือทุ่งทานตะวันเขาจีนแล บริเวณทางเข้าวัดเวฬุวัน เป็นทุ่งซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรส่วนหนึ่งและจัดทำเพื่อการท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง มีการเปิดกิจกรรมยิ่งใหญ่ ลงเมล็ดไล่เรียงกันทีละช่วงเวลาทำให้ดอกทานตะวันบานทีละส่วนและมีให้ชมเป็นเวลานาน ฉากหลังคือเขาจีนแลสูงเด่นตระหง่าน ภายในไร่เว้นพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด มีของกินของที่ระลึกขายเรียงรายริมถนน ที่นี่เขาเปิดงานกันตอนต้นเดือนธันวาคม และมีไร่ซึ่งลงเมล็ดไว้รองานฉลองปีใหม่โดยเฉพาะ อีกทั้งเป็นทุ่งทานตะวันที่เข้าถึงได้ง่ายมากด้วย

          รอบบริเวณดังกล่าวมีไร่ทานตะวันอีกหลายจุด ทั้งที่อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก เขาตะกร้าทอง เป็นไร่ชาวบ้านที่เราสามารถเที่ยวชมได้ตามสมควรโดยไม่ทำลายต้นทานตะวันของเขา ได้วิวทิวทัศน์สวยแปลกตาออกไป

          อีกจุดนิยมคือในอำเภอพัฒนานิคม ทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพราะการนั่งรถไฟมาเที่ยวชมทุ่งทานตะวันหรือการมาเที่ยวเขื่อนพร้อมชมทานตะวันเป็นจุดขายของที่นี่ ไร่ทุกไร่จัดทำรองรับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ช่วงพีกสุดคือตั้งแต่ต้นธันวาคมจนกระทั่งปีใหม่ ข้อดีคือมีทานตะวันหลายพันธุ์ ดอกเล็ก ดอกใหญ่ ดอกโตบานแฉ่ง แม้กระทั่งพันธุ์หายากอย่างทานตะวันสีแดง บางไร่มีกิจกรรมเก๋ๆ อย่างขี่ช้างชมทานตะวัน และจัดซุ้มถ่ายรูปมากมาย ทว่าข้อเสียคือแต่ละไร่มีพื้นที่ไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่อำเภอโคกสำโรง และมีการเก็บค่าเข้าชมเล็กน้อยห้าบาทสิบบาท แต่นั่นแหละข้อดีคือเที่ยวง่ายเที่ยวสะดวกและเป็นทางผ่านสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

          ในบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เขามีไร่ทานตะวันเช่นกัน แต่ไม่ใหญ่มากหรอกนะ เรียกว่าทำให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปสนุกสนานกันเสียมากกว่า

          นอกจากพื้นที่ที่กล่าวมาแล้ว เรายังสามารถพบเห็นไร่ทานตะวันได้ทั่วไปในทุกอำเภอของลพบุรี ตั้งแต่อำเภอเมืองจนถึงอำเภอปลายสุดคือลำสนธิ เล็กบ้างใหญ่บ้างตามแต่ชาวไร่เขาจะปลูก บ้างโปรโมตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวบ้างหรือไม่ได้โปรโมตอะไรเลยก็มี เพราะการปลูกทานตะวันถือเป็นอาชีพของคนในพื้นที่อยู่แล้ว เราแวะผ่านจุดใดตรงไหนสามารถลงไปเที่ยวลงไปถ่ายรูปได้ทั้งสิ้น ขอเพียงอย่าเลยเถิดจนทำลายพืชผลของเขาก็แล้วกัน

          ยามปลายปีเมื่อลมหนาวเริ่มพัดมา นั่นคือสัญญาณของฤดูกาลแห่งท้องทุ่งสีเหลืองที่ลพบุรี ความสวยแบบนี้มีเพียงปีละไม่นาน ขอบอกว่าเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ แล้วจะรู้ว่าทุ่งทานตะวันเหลืองอร่ามกว้างไกลสุดสายตานั้นมอบความโรแมนติกสดใสให้เรามากมายเพียงใด







อา พฤ
1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30








วันนี้ 706 คน
เมื่อวานนี้ 1,174 คน
เดือนนี้ 17,938 คน
ปีนี้ 221,586 คน
ทั้งหมด 354,126 คน